ในบทที่แล้ว เรามีการแนะนำเรื่องชุดอักขระ หรือ String (สตริง) นั่นคือชุดของตัวอักขระ ที่จะครอบด้วย " " หรือ ' ' เพื่อใช้ในการแสดงผลคำต่างๆ นั่นเอง
ในบทนี้เราจะมาเรียนรู้กันถึงเมธอด และการใช้เมธอดของสตริงกัน
หากแปลตรงๆ คำนี้จะแปลว่า "วิธีการ" แต่ว่าในโลกของการเขียนโค้ดนั้น เมธอดจะเป็น "ชุดคำสั่ง" ที่เราสามารถกระทำการต่างๆ กับโปรแกรม หรือข้อมูลได้
บางครั้งอาจเรียกว่า "ฟังก์ชั่น" (Function) ในการเรียนขั้นพื้นฐานนี้ จะถือว่าเป็นสิ่งเดียวกันก็ได้ครับ
การเรียกใช้เมธอดนั้น จะอยู่ในรูปแบบของตัวจุด . แล้วตามด้วยชื่อของเมธอดนั้น (ในบทที่แล้วเราจะเห็น .to_f, .to_i ซึ่งก็เป็นเมธอดเช่นกัน) ซึ่งในการเขียนภาษา Ruby เราจะมีเมธอดต่างๆ ให้เราเลือกใช้มากมาย
ตัวอย่างเมธอดของสตริง
เมธอดของสตริง หมายถึงชุดคำสั่งที่สามารถแปลงค่าของสตริง ให้เป็นอย่างอื่นได้
แปลงตัวพิมพ์เล็กเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ ด้วย upcase
ใช้เมธอด .upcase เพื่อแปลงสตริงเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด
upcase แปลงสตริงเป็นตัวพิมพ์ใหญ่แปลงตัวพิมพ์ใหญ่เป็นตัวพิมพ์เล็ก ด้วย downcase
ในทางกลับกัน ถ้าอยากได้ตัวพิมพ์เล็กทั้งหมด ก็เปลี่ยนเป็น .downcase แทน
downcase แปลงสตริงเป็นตัวพิมพ์เล็กกลับหัวกลับหางสตริง ด้วย reverse
ใช้ .reverse เพื่อกับด้านสตริง (ตัวแรกจะเป็นตัวสุดท้าย ไล่กลับมาเรื่อยๆ)
reverse กลับด้านสตริงวงเล็บหายไปไหน? 🧐
หากเคยใช้งานภาษาเขียนโปรแกรมอื่นๆ มา อาจสงสัยว่า ทำไมการเรียกใช้เมธอดถึงไม่มีวงเล็บ () ด้านหลังชื่อเมธอดล่ะ คำตอบก็คือ เพื่อความสวยงามนั่นเอง
จริงๆ แล้วจะใส่ก็ได้นะ แต่เขาไม่นิยมใช้กัน ถ้าไม่จำเป็น
ใส่วงเล็บหลังเมธอด หรือไม่ใส่ก็ได้ ค่าเท่ากันการต่อเมธอด (Method Chaining)
เราสามารถที่จะนำเมธอดมาต่อกันได้ เช่นถ้าเราต้องการแปลงให้เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ และกลับด้านสตริงไปพร้อมๆ กัน ก็ให้พิมพ์เมธอดต่อท้ายกันได้เลย
การนำเมธอดมาต่อกัน (.reverse.reverse คือกลับด้านสองครั้ง จึงได้ค่ากลับมาเหมือนเดิม)เมธอดของสตริงนั้นยังมีอีกมากมาย และของข้อมูลประเภทอื่นๆ ก็ยังมีอีกมาก แต่ในบทต่อไปเราจะแนะนำการสร้างและใช้งานตัวแปร พร้อมกับรู้จักข้อมูลพื้นฐานประเภทอื่นๆ กันให้ครบก่อน