ตัวแปร

ตัวแปร (ภาษาอังกฤษ: Variable) นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการเขียนโปรแกรม ถ้ายังจำตอนเรียนคณิตศาสตร์ชั้นมัธยมได้ เราจะรู้จักกับตัวแปรในรูปแบบ x, y, z และสมการเชิงเส้นต่างๆ (นึกถึงความหลัง 😂)

แต่ในเชิงของการเขียนโปรแกรม และในภาษา Ruby ตัวแปรคือสิ่งที่เก็บข้อมูลอะไรก็ได้ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป ถ้าในทางคณิตศาสตร์ตัวแปรจะเอาไว้แทนตัวเลขอย่างเดียว

ถ้าจะอธิบายเป็นภาษาชาวบ้าน ตัวแปรก็เป็นแค่กล่องเก็บของนั่นเอง 📦

การสร้างตัวแปร

การสร้างตัวแปร (บ้างอาจเรียก การ "ประกาศ" ตัวแปร) ทำได้โดยการตั้งชื่อของตัวแปร ตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับ = แล้วตามด้วยค่าของข้อมูลทางด้านขวา

จากตัวอย่างด้านบน เป็นการประกาศตัวแปร 3 ตัว ได้แก่ :

  • ชื่อ x ให้มีค่าเท่ากับ 1

  • ชื่อ sum มีค่าเป็น 1 + 2 + 3 + 4 + 5 ซึ่งก็คือ 15

  • ชื่อ hello_world มีค่าเป็นสตริง "สวัสดี ชาวโลก" 👽

สำหรับผู้ที่เคยเขียนโปรแกรมภาษาอื่นๆ ที่การสร้างตัวแปรอาจจะต้องมีคีย์เวิร์ด var หรือ let และอาจต้องกำหนดประเภทของตัวแปร เช่น int หรือ stringจะสังเกตได้ว่า ภาษา Ruby นั้นไม่ต้องมีทั้งคีย์เวิร์ดและประเภทของตัวแปรเลย ซึ่งมีข้อดีคือเขียนได้ง่ายและเร็ว

การตั้งชื่อตัวแปรในภาษา Ruby นิยมตั้งชื่อแบบ snake_case นั่นคือเป็นตัวพิมพ์เล็กทั้งหมด และถ้ามีมากกว่า 1 คำ ให้คั่นด้วยขีดล่าง_ (Underscore)

เมื่อเราประกาศตัวแปรเสร็จแล้ว ลองใช้คำสั่ง puts กับตัวแปรเหล่านี้ดู

นอกจากนี้ เรายังนำตัวแปรมาใช้ซำ้ได้ เช่นการใช้ตัวแปรมาบวกเลขกัน หรือเรียกเมธอดกับตัวแปรสตริง เป็นต้น

จากตัวอย่างด้านบน เป็นการใช้งานตัวแปร ได้แก่ :

  • x + sum โดยที่ x เป็น 1 และ sumเป็น 15 จึงได้ค่าออกมาเป็น 16

  • sum * 2 โดยที่ sum เป็น 15 จึงได้ค่าออกมาเป็น 30

    • สังเกตได้ว่า ค่าของตัวแปรต่างๆ จะยังเป็นค่าเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง

  • hello_world.reverse คือการนำค่าสตริงในตัวแปร hello_world มากลับด้าน ทำให้ได้ค่าออกมาเป็น กลโวาช ีดสัวส

  • hello_world + x บรรทัดนี้จะทำให้โปรแกรมเกิดข้อผิดพลาดหรือ Error ขึ้น เพราะว่าเป็นการบวกกันของสตริง และตัวเลขเข้าด้วยกัน

เราลองมาดู Error ที่เกิดขึ้น

`Traceback (most recent call last): `

`1: from main.rb:8:in'`

main.rb:8:in+': no implicit conversion of Integer into String (TypeError) exit status 1

แปลว่า :

จากโปรแกรม main.rb บรรทัดที่ 8 ในเมธอดการบวก +ไม่สามารถแปลงจำนวนเต็ม (ในที่นี้หมายถึงตัวแปร x ที่มีค่าเป็นเลขจำนวนเต็ม 1) ให้เป็นสตริง เพื่อไปบวกกับตัวแปร hello_worldที่เป็นสตริงได้นั่นเอง

ซึ่งถ้าจะแก้ไขปัญหาของโค้ดส่วนนี้ จะต้องทำการแปลงค่า x ให้เป็นสตริงก่อน ด้วยเมธอดการแปลงค่าเป็นสตริง .to_s ซึ่งเมื่อเราแปลงแล้ว การบวกสตริงสองตัวเข้าด้วยกัน จะนับเป็นการเอาคำมาต่อท้ายนั่นเอง

การแปลงประเภทข้อมูลในภาษา Ruby จะเป็นเมธอดที่นิยมตั้งชื่อเป็นรูปแบบของ .to_* เช่น

  • แปลงเป็นสตริง (To String) ใช้ .to_s

  • แปลงเป็นตัวเลขแบบจำนวนเต็ม (To Integer) ใช้ .to_i

  • แปลงเป็นตัวเลขแบบทศนิยม (To Float) ใช้ .to_f

การเขียนค่าซำ้ในตัวแปร หรือประกาศตัวแปรใหม่

จากตัวอย่างก่อนหน้านี้ จะเห็นว่าเมื่อประกาศตัวแปรไปแล้ว ค่าจะเป็นเท่าเดิมเสมอแม้ว่าจะมีการใช้ซำ้ในหลายๆ บรรทัดก็ตาม

แต่ถ้าเราทำการประกาศตัวแปรโดยใช้ชื่อเดิม จะถือว่าเป็นการล้างค่าตัวแปรเดิมไปเลย ตามตัวอย่างโค้ดด้านล่างนี้

เมื่อถึงบรรทัด puts x จะได้ค่าออกมาเป็น 3 เพราะเราทำการประกาศซำ้หลายครั้ง ทำให้ค่าเดิมถูกล้างไป และครั้งสุดท้ายที่ประกาศคือ x = 3

นอกจากนี้เรายังสามารถใช้ค่าจากตัวแปรเดิมในทางด้านขวา เพื่อกำหนดค่าใหม่ได้อีกด้วย

เมื่อถึงบรรทัด puts x จะได้ค่าออกมาเป็น 6 ถ้าเราแจกแจงแต่ละบรรทัด x จะถูกเปลี่ยนค่าดังนี้

  • x = 1 ทำให้ x มีค่าเป็น 1

  • x = x + 2เป็นการประกาศ x ใหม่ แต่จากบรรทัดที่แล้ว x มีค่า 1 ทำให้ในบรรทัดนี้ x มีค่าเป็น 1 + 2 เท่ากับ 3

  • x = x + 3 เป็นการประกาศ x ใหม่อีกครั้ง แต่จากบรรทัดที่แล้ว x มีค่า 3 ทำให้ในบรรทัดนี้ x มีค่าเป็น 3 + 3 เท่ากับ 6

แบบฝึกหัด การใช้ตัวแปร

โจทย์ : มีตะกร้าผลไม้ทั้งหมด 5 ใบ ใบหนึ่งมีแอปเปิล 4 ลูก แต่มีแอปเปิลเสียไป 3 ลูกจากทั้งหมด จงหาว่าเหลือแอปเปิลที่ยังไม่เสียกี่ลูก ให้โปรแกรมตอบว่า เหลือแอปเปิล 17 ลูก โค้ดที่ให้จะยังมี Error อยู่ จงแก้โค้ดให้ทำงานได้และตอบคำถามได้ถูกต้อง โดยการสร้างตัวแปร a, b, c และ d

ดูเฉลยได้ในบทถัดไป